เมื่อสมาชิกในครอบครัวถึงแก่ความตาย กระบวนการที่เริ่มต้นขึ้นมิได้มีเพียงกระบวนการเดียว ต้องพิจารณาแยกกันเป็นเรื่อง ๆ ว่าผู้ใดเป็นทายาท (繼承人) ทรัพย์สินและหนี้สินใดบ้างที่เป็นวัตถุแห่งการรับมรดก คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่มีสิทธิตามระบบทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา (夫妻財產制) เป็นการต่างหากหรือไม่ ผู้ใดเป็นผู้ใช้และรับภาระสิทธิและหน้าที่ต่อบุตรผู้เยาว์ (未成年子女權利義務之行使或負擔) จำเป็นต้องมีการเป็นผู้ปกครองของผู้เยาว์ (未成年人監護) หรือไม่ และจะคุ้มครองทรัพย์สินที่ตกเป็นของบุตรอย่างไร เรื่องเหล่านี้อาจส่งผลต่อกันได้ แต่ฐานทางกฎหมายและลำดับการวินิจฉัยหาได้เหมือนกันไม่
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องแยกส่วนแบ่งมรดกตามกฎหมาย (應繼分) ออกจากสิทธิเรียกร้องให้แบ่งส่วนต่างของทรัพย์สินคงเหลือระหว่างสามีภริยา (夫妻剩餘財產差額分配請求權) แยกการใช้และการรับภาระสิทธิและหน้าที่ต่อบุตรผู้เยาว์ (未成年子女權利義務之行使或負擔) ออกจากการเป็นผู้ปกครองของผู้เยาว์ และแยกการเป็นผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมาย (法定代理) ออกจากกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน หากนำข้อสรุปของเรื่องหนึ่งไปใช้กับอีกเรื่องหนึ่งโดยตรง ย่อมอาจทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับผู้ทรงสิทธิ ขอบเขตของทรัพย์สินที่นำมาคำนวณ หรือกระบวนพิจารณาของศาลที่จำเป็น เนื้อหาต่อไปนี้เป็นการเรียบเรียงลำดับการตรวจสอบโดยทั่วไป โดยอาศัยประมวลกฎหมายแพ่ง (民法) ของไต้หวันและเอกสารกระบวนการของทางราชการเป็นฐาน
1. ทายาทโดยธรรมและส่วนแบ่งมรดกตามกฎหมาย
ตามมาตรา 1138 และมาตรา 1144 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งของไต้หวัน คู่สมรสย่อมรับมรดกร่วมกับทายาทในลำดับที่มีสิทธิ ส่วนผู้สืบสันดาน (直系血親卑親屬) เป็นทายาทโดยธรรมลำดับที่หนึ่ง หากไม่มีพินัยกรรม (遺囑) ที่สมบูรณ์ มีทายาทที่เกี่ยวข้องเพียงคู่สมรสและบุตรสองคน และไม่มีการสละมรดก (拋棄繼承) การเสียสิทธิรับมรดก (喪失繼承權) การรับมรดกแทนที่ (代位繼承) หรือพฤติการณ์อื่นใดที่เพียงพอจะเปลี่ยนแปลงข้อสรุป บุคคลทั้งสามย่อมมีส่วนแบ่งมรดกคนละหนึ่งในสามตามปกติ ข้อความนี้เป็นเพียงข้อสมมติเพื่ออธิบายหลักเกณฑ์ มิใช่ข้อวินิจฉัยเกี่ยวกับคดีมรดกรายใดรายหนึ่ง
มาตรา 1138 กำหนดลำดับของทายาทโดยธรรมนอกจากคู่สมรสไว้ตามลำดับ คือ ผู้สืบสันดาน บิดามารดา พี่น้อง (兄弟姊妹) และปู่ย่าตายาย หากมีทายาทในลำดับก่อนอยู่ ทายาทในลำดับหลังย่อมไม่รับมรดกโดยหลัก แม้ในลำดับเดียวกันก็ยังต้องตรวจสอบเวลาแห่งการตาย ความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดากับบุตร ความสัมพันธ์จากการรับบุตรบุญธรรม และการรับมรดกแทนที่ ด้วยเหตุนี้ การจัดหาเอกสารแสดงความสัมพันธ์ทางครอบครัวไว้ก่อนจึงเป็นเรื่องสำคัญ
คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่มิใช่ทายาทลำดับหลังที่อยู่ในลำดับทายาทฝ่ายญาติตามมาตรา 1138 หากแต่รับมรดกร่วมกับทายาทในลำดับที่ใช้บังคับอยู่จริงตามมาตรา 1144 อย่างไรก็ดี สัดส่วนที่แน่นอนของการรับมรดกร่วมกันอาจแตกต่างกันไปตามว่าเป็นการรับมรดกร่วมกับทายาทลำดับใด นอกจากนี้ การมีเหตุแห่งการเสียสิทธิรับมรดกหรือไม่ การมีการสละมรดกโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และการรับมรดกแทนที่ผู้สืบสันดานซึ่งถึงแก่ความตายก่อนจะเกิดขึ้นหรือไม่ ล้วนส่งผลต่อผลลัพธ์ด้วย
การที่การรับมรดกได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว หาได้ทำให้ทายาทแต่ละคนเป็นเจ้าของเงินฝากหรืออสังหาริมทรัพย์รายใดรายหนึ่งแต่ผู้เดียวในทันทีไม่ ในความสัมพันธ์ของการรับมรดกร่วมกัน อาจต้องตรวจสอบขอบเขตของกองมรดกก่อน แล้วจัดการหนี้สินและค่าใช้จ่าย จากนั้นจึงกำหนดว่าทรัพย์สินแต่ละรายการจะตกเป็นของผู้ใด โดยผ่านข้อตกลงแบ่งมรดก (遺產分割) หรือกระบวนพิจารณาของศาล ด้วยเหตุนี้ จึงต้องแยกส่วนแบ่งมรดกตามกฎหมายซึ่งเป็นสัดส่วนเชิงนามธรรม ออกจากการตกเป็นของผู้ใดในที่สุดของทรัพย์สินรายการหนึ่ง ๆ
2. พินัยกรรมและการกำหนดขอบเขตของกองมรดก
พินัยกรรมที่สมบูรณ์อาจกำหนดวิธีการแบ่งทรัพย์สินให้แตกต่างไปจากการรับมรดกโดยธรรมได้ อย่างไรก็ดี ต้องตรวจสอบแบบของพินัยกรรม ความสามารถในการทำพินัยกรรม การตีความ และความเป็นไปได้ในการบังคับตามพินัยกรรม ทั้งยังต้องพิจารณาข้อจำกัดตามบทบัญญัติอันเป็นการบังคับเด็ดขาด ซึ่งรวมถึงส่วนแบ่งที่กฎหมายสงวนไว้ (特留分) ด้วย ลำพังข้อเท็จจริงที่ว่ามีพินัยกรรม ย่อมไม่ทำให้การตกเป็นของผู้ใดของทรัพย์มรดกทุกรายการยุติลง ในทางกลับกัน หากพินัยกรรมระบุทรัพย์สินไว้เพียงบางส่วน หลักเกณฑ์การรับมรดกโดยธรรมก็อาจใช้บังคับแก่ทรัพย์สินส่วนที่เหลือ
ก่อนคำนวณส่วนแบ่งมรดก ต้องกำหนดบัญชีทรัพย์มรดก (遺產清冊) และลักษณะทางกฎหมายของทรัพย์สินแต่ละรายการให้แน่ชัดเสียก่อน นอกจากอสังหาริมทรัพย์ เงินฝาก หลักทรัพย์ หุ้นส่วนในกิจการ สิทธิเรียกร้อง และสังหาริมทรัพย์แล้ว ยังต้องตรวจสอบจากเอกสารถึงหนี้สินของเจ้ามรดก (被繼承人) ความรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกัน ภาษีที่ยังค้างชำระ และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับงานศพด้วย ไม่พึงสรุปผลจากชื่อผู้จดทะเบียนหรือชื่อเจ้าของบัญชีเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องสอบสวนความเป็นเจ้าของที่แท้จริง สัดส่วนในทรัพย์สินที่ถือชื่อร่วมกัน สิทธิของบุคคลภายนอก และการตั้งหลักประกันด้วย
เงินตามกรมธรรม์ประกันภัยหรือเงินบำเหน็จบำนาญ (退休金) ซึ่งเป็นการจ่ายที่มีการกำหนดผู้รับประโยชน์ไว้เป็นการเฉพาะ อาจได้รับการจัดการในลักษณะที่ต่างไปจากทรัพย์มรดก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสัญญาและกฎหมายที่ใช้บังคับ ส่วนทรัพย์สินในทรัสต์ (信託) ต้องตรวจสอบโครงสร้างของสัญญาทรัสต์และสิทธิในผลประโยชน์ ขณะที่การให้โดยเสน่หาขณะยังมีชีวิต (生前贈與) หรือการโอนทรัพย์สินอาจเชื่อมโยงกับปัญหาการเรียกคืน การนำมาคิดรวมในกองมรดก (歸扣) หรือส่วนแบ่งที่กฎหมายสงวนไว้ หากมีบัญชีหรืออสังหาริมทรัพย์อยู่ในต่างประเทศ ยังต้องพิจารณากฎหมายของประเทศที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ ประกอบกับหลักเกณฑ์เรื่องกฎหมายที่ใช้บังคับ (準據法) ของไต้หวันด้วย
การสอบสวนทรัพย์สินมิใช่กระบวนการค้นหาแต่เพียงสิทธิ หากแต่เป็นกระบวนการที่ต้องเข้าใจหนี้สินและความเสี่ยงในทางกระบวนพิจารณาไปพร้อมกัน ต้องรวบรวมหนังสือรับรองยอดคงเหลือจากสถาบันการเงิน ทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ ข้อมูลทางภาษี สัญญาประกันภัย เอกสารทรัสต์ สมุดบัญชีของบริษัท ตลอดจนเอกสารการกู้ยืมและการค้ำประกัน โดยจัดให้ตรงกับวันที่ใช้เป็นเกณฑ์เดียวกัน หากคำนวณเฉพาะส่วนแบ่งมรดกรายใดรายหนึ่งในขณะที่ข้อมูลยังไม่ครบถ้วน ผลที่ได้อาจแตกต่างจากทรัพย์สินสุทธิที่แบ่งกันได้จริง
3. สิทธิเรียกร้องให้แบ่งส่วนต่างของทรัพย์สินคงเหลือของคู่สมรส
มิใช่สิทธิอย่างเดียวกัน สิทธิเรียกร้องให้แบ่งส่วนต่างของทรัพย์สินคงเหลือระหว่างสามีภริยาตามมาตรา 1030-1 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งของไต้หวัน เป็นสิทธิที่คู่สมรสอาจยกขึ้นอ้างต่างหากได้เมื่อองค์ประกอบตามกฎหมายครบถ้วน และต้องคำนวณแยกจากส่วนแบ่งมรดกตามกฎหมาย มิใช่ว่าทรัพย์สินทุกรายการที่ได้มาระหว่างสมรสจะถูกนำมาคำนวณโดยปริยาย และมิใช่ว่าคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่จะต้องได้รับกึ่งหนึ่งของกองมรดกเสมอไป ต้องตรวจสอบระบบทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา มูลเหตุและเวลาที่ได้มาซึ่งทรัพย์สินแต่ละรายการ หนี้สิน ตลอดจนรายการที่กฎหมายกำหนดไม่ให้นำมารวมคำนวณ แล้วจึงวินิจฉัยเป็นรายกรณี
สิทธิเรียกร้องนี้เป็นระบบที่เปรียบเทียบส่วนที่เพิ่มขึ้นของทรัพย์สินระหว่างสมรส (婚後財產) ของสามีและภริยาแต่ละฝ่ายตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ในเวลาที่ระบบทรัพย์สินตามกฎหมาย (法定財產制) สิ้นสุดลง สิทธินี้มีมูลเหตุแห่งการเกิดสิทธิ คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง และขอบเขตของทรัพย์สินที่นำมาคำนวณ แตกต่างจากส่วนแบ่งมรดกซึ่งเกิดขึ้นเพราะคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่มีฐานะเป็นทายาท หากสิทธิเรียกร้องนั้นเกิดขึ้นครบองค์ประกอบ ลำดับที่จะนำผลของคำขอนั้นมาคิดก่อน แล้วจึงกำหนดทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของเจ้ามรดกเป็นกองมรดก ย่อมอาจเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณา
ในการคำนวณ ต้องไม่ดูเพียงถ้อยคำที่ว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส หากแต่ต้องตรวจสอบขอบเขตที่ประมวลกฎหมายแพ่งกำหนดให้นำมารวมและให้ตัดออก ทรัพย์สินที่ได้มาโดยการรับมรดกหรือโดยการให้ ตลอดจนค่าเสียหายที่มิใช่ตัวเงิน (慰撫金) อาจเป็นรายการที่กฎหมายกำหนดไม่ให้นำมารวมคำนวณ และยังต้องคำนึงถึงหนี้สินที่เกิดขึ้นระหว่างสมรสด้วย ส่วนที่ว่าสามีภริยาได้ตกลงใช้ระบบทรัพย์สินแบบอื่นหรือไม่ ทรัพย์สินได้มาเมื่อใดและด้วยมูลเหตุใด และจะกำหนดเวลาที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการตีราคาทรัพย์สินอย่างไร ล้วนต้องวินิจฉัยตามพยานหลักฐานที่มี
มาตรา 1030-1 กำหนดให้ศาลอาจปรับจำนวนที่จะแบ่งได้ หากผลของการแบ่งเท่ากันเป็นการไม่เป็นธรรมอย่างเห็นได้ชัด จึงต้องพิจารณาปัจจัยที่กฎหมายเรียกร้องอย่างเป็นรูปธรรม เช่น ระยะเวลาแห่งการสมรส งานบ้านและการดูแลบุตร การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจ พฤติการณ์ในทางอาชีพ ตลอดจนสภาพของการได้มาและการจัดการทรัพย์สิน ด้วยเหตุนี้ ลำพังการเปรียบเทียบชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือระยะเวลาแห่งการสมรส ย่อมไม่อาจกำหนดล่วงหน้าได้ว่าสิทธิเรียกร้องเกิดขึ้นครบองค์ประกอบหรือไม่และมีจำนวนเท่าใด
4. หนี้สินของกองมรดกและการสละมรดก
ตามมาตรา 1148 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งของไต้หวัน ทายาทย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ในทางทรัพย์สินของเจ้ามรดกตั้งแต่เวลาที่การรับมรดกเริ่มต้นขึ้น เว้นแต่สิทธิและหน้าที่ซึ่งเป็นการเฉพาะตัวของเจ้ามรดก ความรับผิดในหนี้สินของกองมรดก (繼承債務) นั้น โดยหลักจำกัดอยู่เพียงราคาแห่งทรัพย์สินที่ได้มาโดยการรับมรดก อย่างไรก็ดี ยังต้องตรวจสอบกระบวนการตามกฎหมายและข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย เช่น การจัดทำบัญชีทรัพย์มรดก การประกาศแจ้งเจ้าหนี้และการชำระหนี้ ตลอดจนการรักษาทรัพย์มรดกไว้
ทายาทที่ประสงค์จะสละมรดกต้องแสดงเจตนาเป็นหนังสือต่อศาลที่มีเขตอำนาจภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่ได้รู้ว่าตนมีสิทธิรับมรดก ตามมาตรา 1174 การเพียงบอกกล่าวในหมู่ญาติว่าจะไม่รับ หรือการไม่ใช้ทรัพย์สินนั้น ย่อมไม่อาจถือได้ว่าการสละมรดกตามแบบที่กฎหมายกำหนดได้เกิดขึ้นแล้ว ผลกระทบต่อทายาทลำดับถัดไปของผู้สละมรดกหรือต่อความสัมพันธ์ในการรับมรดกแทนที่ ก็ต้องตรวจสอบโดยอาศัยความสัมพันธ์ทางครอบครัวและความคืบหน้าของกระบวนพิจารณาเป็นเกณฑ์
ก่อนจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์มรดกหรือชำระหนี้ ต้องสอบสวนทั้งทรัพย์สินฝ่ายบวก (積極財產) และหนี้สินฝ่ายลบ (消極財產)ไปพร้อมกัน ต้องตรวจสอบการมีอยู่ของเจ้าหนี้ สิทธิในหลักประกัน หนี้ที่เกิดจากการค้ำประกัน สัญญาที่ยังมีผลอยู่ และการยื่นแบบแสดงรายการภาษี และหากจำเป็น ให้พิจารณาการยื่นบัญชีทรัพย์มรดกและกระบวนการเกี่ยวกับเจ้าหนี้ด้วย ทั้งยังต้องหลีกเลี่ยงพฤติการณ์ที่อาจกระทบต่อการจำกัดความรับผิดตามที่กฎหมายกำหนด เช่น การปิดบังทรัพย์สินหรือการละเว้นไม่ระบุทรัพย์สินไว้ในบัญชี
คำแนะนำเรื่องขั้นตอนการยื่นคำขอในคดีมรดกของเว็บท่าภาษี (稅務入口網) กระทรวงการคลังไต้หวัน (財政部) ได้รับการปรับปรุงเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 2026 โดยอธิบายถึงระยะเวลาโดยทั่วไป 3 เดือนสำหรับกระบวนพิจารณาของศาลในเรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์มรดกและการสละมรดก และระยะเวลาโดยทั่วไป 6 เดือนสำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีมรดก (遺產稅) อย่างไรก็ดี จุดเริ่มนับ การขยายเวลา ข้อยกเว้น และเขตอำนาจ ยังต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี และต้องไม่นำคำแนะนำนี้ไปใช้คำนวณกำหนดเวลาของแต่ละบุคคล
การยื่นแบบแสดงรายการภาษีมรดก การแจ้งต่อหน่วยงานทะเบียนราษฎร (戶籍) การโอนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์และยานพาหนะ ตลอดจนขั้นตอนการจ่ายเงินของสถาบันการเงิน อาจมีหน่วยงานผู้รับผิดชอบและเอกสารที่ต้องยื่นแตกต่างกัน ต้องไม่เข้าใจว่าเอกสารสละมรดกที่ยื่นต่อศาล กับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีมรดกต่อหน่วยงานภาษี เป็นกระบวนการอย่างเดียวกัน เนื่องจากกำหนดเวลาหลายรายการอาจดำเนินไปพร้อมกัน การจัดการจุดเริ่มนับและพยานหลักฐานของแต่ละกระบวนการไว้ในตารางเวลาแยกต่างหาก จึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่า
5. การใช้และการรับภาระสิทธิและหน้าที่ของบิดาหรือมารดาที่ยังมีชีวิตอยู่
ตามมาตรา 1089 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งของไต้หวัน เมื่อบิดาหรือมารดาฝ่ายหนึ่งไม่อาจใช้และรับภาระสิทธิและหน้าที่ต่อบุตรผู้เยาว์ (未成年子女) ได้ โดยหลักให้อีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ใช้และรับภาระสิทธิและหน้าที่นั้น ดังนั้น หากบิดาหรือมารดาที่ยังมีชีวิตอยู่ยังคงมีการใช้และการรับภาระสิทธิและหน้าที่ต่อบุตรผู้เยาว์ และไม่มีคำวินิจฉัยของศาลที่มีเนื้อหาขัดกัน โดยปกติผู้นั้นย่อมใช้และรับภาระสิทธิและหน้าที่ดังกล่าวต่อไป อย่างไรก็ดี พฤติการณ์เฉพาะราย เช่น คำวินิจฉัยที่มีอยู่เดิม เหตุแห่งการจำกัดหรือระงับอำนาจปกครองบุตร องค์ประกอบระหว่างประเทศ และประโยชน์สูงสุดของบุตร (子女最佳利益) อาจทำให้จำเป็นต้องมีการเข้ามาเกี่ยวข้องของศาล
สิทธิและหน้าที่ต่อบุตรผู้เยาว์อาจครอบคลุมเนื้อหาหลายประการ เช่น การคุ้มครองและอบรมเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ การกำหนดถิ่นที่อยู่ของบุตร การเป็นผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมาย และการจัดการทรัพย์สิน อำนาจแต่ละประการต้องใช้ไปในทางที่คุ้มครองประโยชน์ในความเป็นบุคคลและประโยชน์ในทางทรัพย์สินของบุตร มิใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตัวของบิดาหรือมารดา การวินิจฉัยเรื่องการดูแลในชีวิตประจำวัน กับการเป็นผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมายในการจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินรายการสำคัญ อาจต้องการระดับการตรวจสอบที่ต่างกัน
ต้องไม่ดูเพียงความสัมพันธ์ทางครอบครัวก่อนและหลังการตาย หากแต่ต้องตรวจสอบคำพิพากษาหย่าที่มีอยู่เดิม คำวินิจฉัยเกี่ยวกับการใช้สิทธิและหน้าที่ต่อบุตร ตลอดจนว่ามีการจำกัดหรือระงับสิทธิดังกล่าวหรือไม่ หากมีคำสั่งที่ศาลต่างประเทศได้มีไว้ การรับรองและผลบังคับในไต้หวัน รวมทั้งกระบวนการที่จำเป็นในประเทศอื่น ก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาด้วย ส่วนในนิติกรรมที่ประโยชน์ของบิดามารดากับของบุตรขัดกัน ต้องพิจารณาเป็นการต่างหากว่าการเป็นผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมายตามปกติเพียงพอหรือไม่
อำนาจปกครองบุตรกับการรับมรดกเป็นคนละปัญหากันในทางกฎหมาย แม้บิดาหรือมารดาที่ยังมีชีวิตอยู่จะใช้และรับภาระสิทธิและหน้าที่ต่อบุตร แต่เจ้าของทรัพย์สินที่บุตรได้รับมาโดยการรับมรดกก็ยังคงเป็นบุตร บิดาหรือมารดาจะปฏิบัติต่อทรัพย์สินนั้นเสมือนเป็นส่วนแบ่งมรดกของตนหาได้ไม่ นอกจากนี้ แม้บิดาหรือมารดาที่ยังมีชีวิตอยู่จะมิใช่ทายาท ฐานะในการใช้สิทธิและหน้าที่ต่อบุตรก็อาจยังคงมีอยู่ และหากผู้นั้นเป็นทายาทด้วย ก็ยิ่งต้องตรวจสอบความเป็นไปได้ที่ผลประโยชน์ขัดกัน (利益衝突) ระหว่างตนกับบุตรอย่างละเอียดรอบคอบยิ่งขึ้น
6. การตั้งผู้ปกครองและการเข้ามาเกี่ยวข้องของศาล
การเป็นผู้ปกครองของผู้เยาว์ (未成年人監護) ตามมาตรา 1091 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งของไต้หวัน จะเป็นประเด็นขึ้นเมื่อผู้เยาว์ไม่มีบิดามารดา หรือเมื่อบิดามารดาทั้งสองฝ่ายไม่อาจใช้และรับภาระสิทธิและหน้าที่ต่อบุตรได้ ลำพังข้อเท็จจริงที่ว่าบิดาหรือมารดาฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตาย ย่อมไม่อาจสรุปได้ทันทีว่าการเป็นผู้ปกครองของผู้เยาว์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ต้องตรวจสอบเสียก่อนว่าสถานะเรื่องอำนาจปกครองบุตรของบิดาหรือมารดาที่ยังมีชีวิตอยู่เป็นอย่างไร มีคำวินิจฉัยใดอยู่เดิม และผู้นั้นสามารถใช้สิทธิได้จริงหรือไม่
ตามมาตรา 1093 บิดาหรือมารดาซึ่งเป็นผู้ใช้และรับภาระสิทธิและหน้าที่ต่อบุตรผู้เยาว์เป็นคนสุดท้าย อาจตั้งผู้ปกครอง (監護人) ของผู้เยาว์โดยพินัยกรรมได้ การที่บทบัญญัตินี้จะใช้บังคับได้ พินัยกรรมต้องมีแบบตามที่กฎหมายกำหนด และบิดาหรือมารดาผู้ตั้งต้องมีอำนาจตั้งผู้ปกครองของผู้เยาว์ แม้จะมีข้อกำหนดตั้งผู้ปกครองไว้ ก็ยังต้องพิจารณาองค์ประกอบของการเริ่มต้นการเป็นผู้ปกครอง คุณสมบัติของผู้ปกครองและการยอมรับหน้าที่ ตลอดจนการแจ้งต่อศาลและกระบวนการกำกับดูแลอื่นประกอบด้วย
ในกรณีที่ไม่มีการตั้งผู้ปกครองโดยพินัยกรรมที่สมบูรณ์ หรือผู้ที่ได้รับการตั้งไม่อาจรับหน้าที่ได้ ลำดับตามกฎหมายในมาตรา 1094 และหลักเกณฑ์การตั้งผู้ปกครองโดยศาลตามมาตรา 1094-1 ย่อมอาจเป็นประเด็นขึ้น ศาลจะพิเคราะห์ประโยชน์สูงสุดของบุตรโดยอาศัยข้อเท็จจริงเฉพาะราย เช่น อายุและความสามารถในการแสดงความประสงค์ของผู้เยาว์ ความสัมพันธ์และความสามารถในการดูแลของผู้ที่จะเป็นผู้ปกครอง ความเหมาะสมในการจัดการทรัพย์สิน ตลอดจนความมั่นคงในการดำรงชีวิต
ญาติและผู้มีสิทธิยื่นคำร้องอื่นตามที่กฎหมายกำหนด อาจร้องขอต่อศาลให้ตั้งหรือเปลี่ยนผู้ปกครอง หรือให้มีคำสั่งอื่นที่จำเป็นได้ หากมีเหตุตามกฎหมาย ข้อนี้มิได้หมายความว่าผู้ใดผู้หนึ่งจะเป็นผู้ปกครองโดยปริยายเพียงเพราะมีความสัมพันธ์ทางครอบครัว ผู้ปกครองมิใช่แนวคิดอย่างเดียวกับบิดาหรือมารดาที่ใช้อำนาจปกครองบุตร และอาจมีหน้าที่ต่างหากในเรื่องขอบเขตของอำนาจ การจัดทำบัญชีทรัพย์สิน การรายงาน และการอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของศาล
ในการพิจารณาตัวผู้ปกครอง ควรแยกบทบาทด้านการดูแลคุ้มครองออกจากบทบาทด้านการจัดการทรัพย์สินอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศเป็นเวลานาน ผู้ที่มีส่วนได้เสียทางเศรษฐกิจกับบุตร หรือผู้ที่ขาดประสบการณ์ในการจัดการทรัพย์สิน ควรพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีกลไกเสริมหรือไม่ ทั้งนี้ ศาลอาจวินิจฉัยวิธีการกำกับดูแลหรือมาตรการที่จำเป็นให้สอดคล้องกับพฤติการณ์ที่เป็นจริง
7. การคุ้มครองทรัพย์สินที่ผู้เยาว์ได้รับมาโดยการรับมรดก
หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ ตามมาตรา 1087 และมาตรา 1088 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งของไต้หวัน ทรัพย์สินที่ผู้เยาว์ได้รับมาโดยการรับมรดกเป็นทรัพย์สินเฉพาะของบุตร (特有財產) บิดามารดาหรือผู้ปกครองย่อมไม่กลายเป็นเจ้าของที่แท้จริงของทรัพย์สินนั้น การจัดการ การใช้ การเก็บดอกผล การเป็นผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมาย และการจำหน่ายจ่ายโอน ต้องกระทำเพื่อประโยชน์ของบุตร และหากมีผลประโยชน์ขัดกันหรือมีการจำหน่ายจ่ายโอนรายการสำคัญ ก็อาจเป็นปัญหาว่าต้องตั้งผู้แทนเฉพาะคดี (特別代理人) หรือให้ศาลเข้ามาเกี่ยวข้อง ต้องไม่เข้าใจว่าบิดามารดาสามารถใช้ทรัพย์สินที่บุตรได้รับมาโดยการรับมรดกได้แต่ฝ่ายเดียวโดยไม่มีข้อจำกัด
ทรัพย์สินเฉพาะของบุตร หมายถึงทรัพย์สินที่ตกเป็นของผู้เยาว์เอง เงินฝาก อสังหาริมทรัพย์ หุ้น หรือสิทธิอื่นที่ได้รับมาโดยการรับมรดก ต้องระบุให้ชัดเจนว่าเป็นทรัพย์สินของบุตร และต้องจัดการแยกต่างหากเพื่อประโยชน์ของบุตร แม้บิดามารดาหรือผู้ปกครองจะรับหน้าที่จัดการ ผู้นั้นก็มิได้กลายเป็นเจ้าของที่แท้จริงของทรัพย์สินนั้น และต้องไม่นำไปใช้เป็นค่าครองชีพของตนหรือชำระหนี้ของตน
อำนาจในการจัดการ การใช้ การเก็บดอกผล และการจำหน่ายจ่ายโอนตามมาตรา 1088 ถูกผูกไว้กับความมุ่งหมายเพื่อประโยชน์ของบุตร จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะบันทึกไว้เป็นหลักฐานถึงประเภทของทรัพย์สิน ความจำเป็นในการจำหน่ายจ่ายโอน ความเหมาะสมของค่าตอบแทน ตลอดจนการเก็บรักษาและแผนการใช้เงินที่ได้จากการจำหน่ายจ่ายโอนนั้น สำหรับการกระทำที่มีมูลค่าและความเสี่ยงสูง เช่น การขายอสังหาริมทรัพย์ การนำไปเป็นหลักประกัน หรือการลงทุนในกิจการ ยังต้องตรวจสอบด้วยว่าต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายอื่นหรือต้องผ่านกระบวนพิจารณาของศาลหรือไม่
ในกรณีที่บิดามารดากับบุตรเป็นทายาทร่วมในกองมรดกเดียวกัน หรือเป็นคู่สัญญาต่อกัน ย่อมอาจเกิดผลประโยชน์ขัดกันขึ้น จึงต้องพิจารณาระบบผู้แทนเฉพาะคดีตามมาตรา 1086 และตรวจสอบว่าผู้ใดอาจกระทำการแทนบุตรในการตกลงแบ่งมรดกหรือในการดำเนินคดี การที่จะต้องตั้งผู้แทนเฉพาะคดีหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาโดยอาศัยเกณฑ์ว่าประโยชน์ในทางเศรษฐกิจขัดกันจริงหรือไม่ มิใช่ดูเพียงรูปแบบของนิติกรรม
ในกรณีที่ผู้ปกครองของผู้เยาว์เป็นผู้จัดการทรัพย์สิน หลักเกณฑ์เรื่องการจัดทำบัญชีทรัพย์สิน การเก็บรักษาหลักฐาน การแยกรายรับออกจากรายจ่าย การรายงานต่อศาล และการกำกับดูแล ย่อมอาจใช้บังคับ บัญชีทางการเงินและทรัพย์สินที่นำไปลงทุนต้องจัดการในลักษณะที่ระบุได้ว่าเป็นทรัพย์สินของบุตร และรายจ่ายต้องบันทึกความมุ่งหมายและเหตุผลไว้ ทั้งนี้ ควรจัดระเบียบเอกสารอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้น เพื่อให้ส่งมอบทรัพย์สินและบันทึกการจัดการได้โดยราบรื่น เมื่อการเป็นผู้ปกครองสิ้นสุดลงหรือเมื่อผู้เยาว์บรรลุนิติภาวะ
แผนการที่ใช้ทรัสต์หรือการประกันภัย ก็ไม่อาจสรุปความปลอดภัยได้จากเนื้อหาของสัญญาเพียงอย่างเดียว ต้องตรวจสอบผู้รับมอบทรัพย์สินและผู้รับประโยชน์ เงื่อนไขการจ่ายเงิน ค่าตอบแทนในการจัดการ กลไกการกำกับดูแล ตลอดจนเงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงและการสิ้นสุด และต้องพิจารณาปัญหาเรื่องส่วนแบ่งที่กฎหมายสงวนไว้และปัญหาทางภาษีไปพร้อมกัน ควรสะท้อนทั้งความจำเป็นในปัจจุบันและการดำรงชีวิตในอนาคตของบุตรอย่างสมดุล แต่ต้องไม่ให้ความสะดวกของผู้จัดการทรัพย์สินอยู่เหนือประโยชน์ของบุตร
8. กฎหมายที่ใช้บังคับและกระบวนการสำหรับครอบครัวที่มีองค์ประกอบระหว่างประเทศ
สำหรับครอบครัวที่มีองค์ประกอบระหว่างประเทศ ต้องไม่นำหลักเกณฑ์ภายในของประมวลกฎหมายแพ่งของไต้หวันมาใช้บังคับโดยทันที สัญชาติของคู่กรณี ภูมิลำเนา (住所) และถิ่นที่อยู่ประจำ (經常居所) ศูนย์กลางการดำรงชีวิตในขณะถึงแก่ความตาย สถานที่ตั้งของทรัพย์สิน การสมรสหรือการหย่าที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ตลอดจนคำวินิจฉัยเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ต่อบุตรที่มีอยู่เดิม ล้วนอาจส่งผลต่อการวินิจฉัยเรื่องกฎหมายที่ใช้บังคับและเขตอำนาจ แม้ภายในครอบครัวเดียวกัน การรับมรดก ระบบทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา สิทธิและหน้าที่ต่อบุตร การเป็นผู้ปกครอง และการจดทะเบียนทรัพย์สิน ก็อาจอยู่ภายใต้จุดเกาะเกี่ยวที่แตกต่างกัน
กฎหมายว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย (涉外民事法律適用法) ของไต้หวัน เป็นจุดตั้งต้นในการกำหนดกฎหมายที่ใช้บังคับแก่ความสัมพันธ์ทางแพ่งที่มีองค์ประกอบต่างประเทศ อย่างไรก็ดี การตรวจสอบเพียงกฎหมายฉบับนี้อาจไม่เพียงพอ ยังต้องพิจารณาเขตอำนาจศาลระหว่างประเทศ การรับรองและการบังคับตามคำพิพากษาของต่างประเทศ ตลอดจนสนธิสัญญาหรือกฎหมายของประเทศที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย ส่วนที่ว่าคำวินิจฉัยซึ่งมีผลในไต้หวันจะใช้ได้โดยตรงกับการโอนทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศหรือไม่ ก็ต้องตรวจสอบต่างหาก ณ สถานที่ที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่
พินัยกรรมที่ทำขึ้นในต่างประเทศ ต้องพิจารณาแบบของการทำพินัยกรรม ผลในทางเนื้อหา คำแปลและการรับรองความถูกต้องของเอกสาร (認證) ตลอดจนกระบวนการตรวจรับพินัยกรรมหรือการบังคับตามพินัยกรรม สำหรับหนังสือรับรองการสมรสและการหย่าของต่างประเทศ รวมทั้งเอกสารแสดงความสัมพันธ์ทางการเกิด อาจต้องมีอะโพสทีล (Apostille) หรือการรับรองโดยสถานกงสุล พร้อมคำแปล หากการสะกดชื่อ ข้อมูลในหนังสือเดินทาง และบันทึกในทะเบียนราษฎรไม่ตรงกัน ก็อาจถูกเรียกเอกสารเพิ่มเติมในขั้นตอนการยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกัน
หากมีคำวินิจฉัยของต่างประเทศเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ต่อบุตรหรือการเป็นผู้ปกครอง ต้องตรวจสอบว่าคำวินิจฉัยนั้นถึงที่สุดแล้วหรือไม่ ได้ทำขึ้นโดยผ่านกระบวนการที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และจะได้รับการรับรองในไต้หวันหรือไม่ หากบุตรมีถิ่นที่อยู่ประจำอยู่ในประเทศอื่น เขตอำนาจของศาลในประเทศนั้นและมาตรการคุ้มครองฉุกเฉินก็อาจมีความสำคัญด้วย ส่วนที่ว่าจะดำเนินกระบวนการของประเทศใดก่อน ต้องพิจารณาประโยชน์สูงสุดของบุตรควบคู่ไปกับความเป็นไปได้ในการบังคับตามผลนั้น
ในทางภาษี หน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการต่างหากก็อาจเกิดขึ้นในแต่ละประเทศ ต้องตรวจสอบว่าการยื่นแบบแสดงรายการภาษีมรดกในไต้หวันซ้อนทับกับภาษีมรดกและภาษีการให้ (贈與稅) ของต่างประเทศ การแจ้งบัญชีทางการเงินในต่างประเทศ หรือภาษีจากการโอนอสังหาริมทรัพย์หรือไม่ และต้องพิจารณาบทบัญญัติเรื่องการขจัดภาษีซ้ำซ้อนด้วย เนื่องจากวันที่ใช้เป็นเกณฑ์อัตราแลกเปลี่ยน วิธีการตีราคาทรัพย์สิน และขอบเขตของผู้มีหน้าที่เสียภาษี อาจแตกต่างกัน จึงต้องไม่นำผลการยื่นแบบแสดงรายการของประเทศหนึ่งไปใช้ซ้ำกับอีกประเทศหนึ่งโดยตรง
9. รายการตรวจสอบสำหรับการเตรียมการในทางปฏิบัติ
ลำดับต่อไปนี้เป็นกรอบพื้นฐานสำหรับการรวบรวมข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน และเพื่อมิให้สับสนระหว่างสิทธิและกระบวนการที่แตกต่างกัน เนื่องจากลำดับการยื่นเรื่องจริงอาจแตกต่างกันไปตามหน่วยงานที่มีเขตอำนาจและความเร่งด่วนของคดี จึงต้องตรวจสอบกำหนดเวลาของแต่ละขั้นตอนเป็นการต่างหาก
- ตรวจสอบใบรับรองการตายและเอกสารการแจ้งการตาย ความสัมพันธ์ทางครอบครัวและเอกสารทะเบียนราษฎรของไต้หวัน บันทึกการสมรส การหย่า และการรับบุตรบุญธรรม ตลอดจนคำวินิจฉัยของศาลที่มีอยู่เดิม หากเป็นเอกสารต่างประเทศ ให้ตรวจสอบการรับรองความถูกต้องของเอกสาร คำแปล และความตรงกันของการสะกดชื่อด้วย
- สอบสวนอสังหาริมทรัพย์ เงินฝาก ทรัพย์สินที่นำไปลงทุน หุ้นส่วนในกิจการและสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนสิทธิเรียกร้อง พร้อมทั้งรวบรวมเงินกู้ การค้ำประกัน ภาษี และหนี้ตามสัญญาไปพร้อมกัน ให้ระบุแยกไว้ต่างหากถึงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์กับความเป็นเจ้าของที่แท้จริง ผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย ทรัสต์ ทรัพย์สินที่ถือร่วมกัน และเอกสารการโอนทรัพย์สินขณะยังมีชีวิต
- ตรวจสอบต้นฉบับพินัยกรรมและแบบของการทำพินัยกรรม ความสามารถในการทำพินัยกรรม เงื่อนไขเรื่องพยานหรือการรับรองโดยโนตารี (公證) ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม (遺囑執行人) และเนื้อหาของการให้โดยพินัยกรรม (遺贈) พร้อมทั้งพิจารณาว่าพินัยกรรมที่สมบูรณ์เปลี่ยนแปลงการแบ่งทรัพย์สินอย่างไร ควบคู่กับข้อจำกัดตามบทบัญญัติอันเป็นการบังคับเด็ดขาด ซึ่งรวมถึงส่วนแบ่งที่กฎหมายสงวนไว้
- คำนวณส่วนแบ่งมรดกตามกฎหมายแยกจากสิทธิเรียกร้องให้แบ่งส่วนต่างของทรัพย์สินคงเหลือระหว่างสามีภริยา ให้แยกขอบเขตของทรัพย์สินที่นำมาคำนวณ หนี้สิน รายการที่ตัดออก วันที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการตีราคา และพยานหลักฐานของแต่ละระบบออกจากกัน และไม่นำผลการคำนวณของฝ่ายหนึ่งไปคิดซ้ำในอีกฝ่ายหนึ่ง
- ระบุทรัพย์สินที่ตกเป็นของบุตรผู้เยาว์ และตรวจสอบการเป็นผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมาย ขอบเขตการจัดการของบิดามารดาหรือผู้ปกครอง ผลประโยชน์ขัดกัน และความจำเป็นในการตั้งผู้แทนเฉพาะคดี พร้อมทั้งจัดให้มีวิธีเก็บรักษาบัญชี สมุดบัญชี และเงินที่ได้จากการจำหน่ายจ่ายโอน แยกจากทรัพย์สินส่วนตัวของผู้บรรลุนิติภาวะ
- แยกกระบวนการของศาลในเรื่องการสละมรดก บัญชีทรัพย์มรดก การเป็นผู้ปกครอง และผู้แทนเฉพาะคดี ออกจากการยื่นแบบแสดงรายการภาษีมรดกต่อหน่วยงานภาษี การแจ้งต่อหน่วยงานทะเบียนราษฎร และกระบวนการจดทะเบียนทรัพย์สิน โดยแยกตามหน่วยงาน ให้ตรวจสอบเขตอำนาจ จุดเริ่มนับ เอกสารที่ต้องยื่น ความเป็นไปได้ในการแก้ไขเพิ่มเติม และการขยายเวลาของแต่ละกระบวนการ พร้อมทั้งเก็บใบรับเรื่องและสำเนาไว้
ในการรวบรวมเอกสาร ควรบันทึกสถานที่เก็บรักษาต้นฉบับ วันที่ออกเอกสาร และวันที่ใช้เป็นเกณฑ์ของข้อมูล ทั้งควรจัดระเบียบแฟ้มอิเล็กทรอนิกส์และเอกสารกระดาษตามระบบการจัดหมวดหมู่เดียวกัน หากมีทายาทร่วมหรือผู้จัดการทรัพย์สินหลายคน ต้องบันทึกไว้ว่าผู้ใดเก็บรักษาเอกสารใดและได้ให้ความเห็นชอบแก่การกระทำใด ส่วนข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางการเงินของผู้เยาว์ ต้องจัดการสิทธิในการเข้าถึงให้เปิดเผยเฉพาะแก่บุคคลและหน่วยงานที่จำเป็นเท่านั้น
ต้องแยกทรัพย์สินที่จำเป็นต้องมีมาตรการรักษาไว้อย่างเร่งด่วน ออกจากกระบวนการยื่นเรื่องตามปกติด้วย ให้ตรวจสอบก่อนว่ามีพฤติการณ์ที่ต้องดูโดยทันทีหรือไม่ เช่น ความเสี่ยงที่บัญชีหรือการดำเนินกิจการจะหยุดชะงัก ความเสียหายแก่อสังหาริมทรัพย์ หรืออายุความ (消滅時效) ของสิทธิเรียกร้อง แต่ต้องไม่อ้างความเร่งด่วนเพื่อจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินโดยไม่มีอำนาจ ทั้งนี้ การจัดการความคืบหน้าของกระบวนการของศาล กับกระบวนการทางภาษี ทะเบียนราษฎร และการจดทะเบียน ไว้ในตารางเวลาเดียวกัน ย่อมเป็นประโยชน์
10. เอกสารของทางราชการ
- ฐานข้อมูลกฎหมายแห่งชาติไต้หวัน (全國法規資料庫): ประมวลกฎหมายแพ่ง (民法)
- ระบบสืบค้นกฎหมายในความรับผิดชอบของกระทรวงยุติธรรมไต้หวัน (法務部): ประมวลกฎหมายแพ่งฉบับภาษาอังกฤษ
- ฐานข้อมูลกฎหมายแห่งชาติไต้หวัน: กฎหมายว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย (涉外民事法律適用法)
- หยวนตุลาการ (司法院): แบบคำร้องขอให้ตั้งผู้ปกครองของผู้เยาว์
- เว็บท่าภาษี กระทรวงการคลังไต้หวัน: ขั้นตอนการยื่นคำขอในคดีมรดกและเอกสารที่ต้องเตรียม
ในหน้าเว็บกฎหมายของทางราชการ ให้ตรวจสอบวันที่แก้ไขเพิ่มเติมและวันที่ใช้บังคับของบทบัญญัติ ส่วนฉบับภาษาอังกฤษให้ใช้เป็นเอกสารประกอบสำหรับเทียบเคียงคำอธิบายภาษาไทยนี้กับตัวบทต้นฉบับเท่านั้น แบบคำร้องของหยวนตุลาการและคำแนะนำในเว็บท่าภาษี แสดงให้เห็นแนวทางการเตรียมการโดยทั่วไป แต่เขตอำนาจและเงื่อนไขการยื่นเอกสารของคดีแต่ละราย ยังต้องตรวจสอบจากคำแนะนำล่าสุดของหน่วยงานผู้รับเรื่องเป็นการต่างหาก
11. ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
บทความนี้เป็นเอกสารเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษา สำหรับอธิบายระบบการรับมรดก ระบบทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา การใช้สิทธิและหน้าที่ต่อบุตรผู้เยาว์ และการเป็นผู้ปกครองของผู้เยาว์ในไต้หวันโดยทั่วไป มิใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับคดีมรดกหรือคดีครอบครัวรายใดรายหนึ่ง กฎหมายที่ใช้บังคับ กระบวนการ และผลลัพธ์ อาจแตกต่างกันไปตามขอบเขตของทายาท พินัยกรรม ทรัพย์สินและหนี้สิน ระบบทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา คำวินิจฉัยของศาลที่มีอยู่เดิม ตลอดจนองค์ประกอบระหว่างประเทศ ก่อนคำนวณกำหนดเวลา เช่น การสละมรดกหรือการยื่นแบบแสดงรายการภาษี หรือก่อนจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สิน ขอให้ตรวจสอบเอกสารของทางราชการฉบับล่าสุดและข้อเท็จจริงเฉพาะรายเสียก่อน
ทนายความ Wei Tseng (曾雋崴)
Frequently Asked Questions
- หากไม่มีพินัยกรรม และมีทายาทเพียงคู่สมรสกับบุตรสองคน จะคำนวณส่วนแบ่งมรดกอย่างไร
- ตามมาตรา 1138 และมาตรา 1144 แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง (民法) ของไต้หวัน คู่สมรสย่อมรับมรดกร่วมกับทายาทในลำดับที่มีสิทธิ ส่วนผู้สืบสันดาน (直系血親卑親屬) เป็นทายาทโดยธรรมลำดับที่หนึ่ง หากไม่มีพินัยกรรม (遺囑) ที่สมบูรณ์ มีทายาทที่เกี่ยวข้องเพียงคู่สมรสและบุตรสองคน และไม่มีการสละมรดก (拋棄繼承) การเสียสิทธิรับมรดก (喪失繼承權) การรับมรดกแทนที่ (代位繼承) หรือพฤติการณ์อื่นใดที่เพียงพอจะเปลี่ยนแปลงข้อสรุป บุคคลทั้งสามย่อมมีส่วนแบ่งมรดกตามกฎหมาย (應繼分) คนละหนึ่งในสามตามปกติ ข้อความนี้เป็นเพียงข้อสมมติเพื่ออธิบายหลักเกณฑ์ มิใช่ข้อวินิจฉัยเกี่ยวกับคดีมรดกรายใดรายหนึ่ง
- สิทธิเรียกร้องให้แบ่งส่วนต่างของทรัพย์สินคงเหลือของคู่สมรส เป็นสิทธิอย่างเดียวกับส่วนแบ่งมรดกหรือไม่
- มิใช่สิทธิอย่างเดียวกัน สิทธิเรียกร้องให้แบ่งส่วนต่างของทรัพย์สินคงเหลือระหว่างสามีภริยา (夫妻剩餘財產差額分配請求權) ตามมาตรา 1030-1 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งของไต้หวัน เป็นสิทธิที่คู่สมรสอาจยกขึ้นอ้างต่างหากได้เมื่อองค์ประกอบตามกฎหมายครบถ้วน และต้องคำนวณแยกจากส่วนแบ่งมรดกตามกฎหมาย มิใช่ว่าทรัพย์สินทุกรายการที่ได้มาระหว่างสมรสจะถูกนำมาคำนวณโดยปริยาย และมิใช่ว่าคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่จะต้องได้รับกึ่งหนึ่งของกองมรดกเสมอไป ต้องตรวจสอบระบบทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา (夫妻財產制) มูลเหตุและเวลาที่ได้มาซึ่งทรัพย์สินแต่ละรายการ หนี้สิน ตลอดจนรายการที่กฎหมายกำหนดไม่ให้นำมารวมคำนวณ แล้วจึงวินิจฉัยเป็นรายกรณี
- เมื่อบิดาหรือมารดาฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตาย บิดาหรือมารดาที่ยังมีชีวิตอยู่จะใช้และรับภาระสิทธิและหน้าที่ต่อบุตรผู้เยาว์อย่างไร
- ตามมาตรา 1089 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งของไต้หวัน เมื่อบิดาหรือมารดาฝ่ายหนึ่งไม่อาจใช้และรับภาระสิทธิและหน้าที่ต่อบุตรผู้เยาว์ (未成年子女) ได้ โดยหลักให้อีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ใช้และรับภาระสิทธิและหน้าที่นั้น ดังนั้น หากบิดาหรือมารดาที่ยังมีชีวิตอยู่ยังคงมีการใช้และการรับภาระสิทธิและหน้าที่ต่อบุตรผู้เยาว์ (未成年子女權利義務之行使或負擔) และไม่มีคำวินิจฉัยของศาลที่มีเนื้อหาขัดกัน โดยปกติผู้นั้นย่อมใช้และรับภาระสิทธิและหน้าที่ดังกล่าวต่อไป อย่างไรก็ดี พฤติการณ์เฉพาะราย เช่น คำวินิจฉัยที่มีอยู่เดิม เหตุแห่งการจำกัดหรือระงับอำนาจปกครองบุตร องค์ประกอบระหว่างประเทศ และประโยชน์สูงสุดของบุตร (子女最佳利益) อาจทำให้จำเป็นต้องมีการเข้ามาเกี่ยวข้องของศาล
- บิดาหรือมารดาที่ยังมีชีวิตอยู่ สามารถใช้ทรัพย์สินที่บุตรผู้เยาว์ได้รับมาโดยการรับมรดกได้โดยอิสระหรือไม่
- หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ ตามมาตรา 1087 และมาตรา 1088 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งของไต้หวัน ทรัพย์สินที่ผู้เยาว์ได้รับมาโดยการรับมรดกเป็นทรัพย์สินเฉพาะของบุตร (特有財產) บิดามารดาหรือผู้ปกครอง (監護人) ย่อมไม่กลายเป็นเจ้าของที่แท้จริงของทรัพย์สินนั้น การจัดการ การใช้ การเก็บดอกผล การเป็นผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมาย (法定代理) และการจำหน่ายจ่ายโอน ต้องกระทำเพื่อประโยชน์ของบุตร และหากมีผลประโยชน์ขัดกัน (利益衝突) หรือมีการจำหน่ายจ่ายโอนรายการสำคัญ ก็อาจเป็นปัญหาว่าต้องตั้งผู้แทนเฉพาะคดี (特別代理人) หรือให้ศาลเข้ามาเกี่ยวข้อง ต้องไม่เข้าใจว่าบิดามารดาสามารถใช้ทรัพย์สินที่บุตรได้รับมาโดยการรับมรดกได้แต่ฝ่ายเดียวโดยไม่มีข้อจำกัด

