มือคนถือกระดานจดรายการข้างชั้นวางกล่องและซองกระดาษบนโต๊ะ
← บทความข้อมูลกฎหมายไต้หวัน

เงินเดือนในไต้หวันถูกหัก: คนงานไทยตรวจสลิปกับยอดรับจริงอย่างไร

อ่านประมาณ 7 นาที

ภาพประกอบสถานการณ์สมมติ ไม่ใช่ภาพลูกความหรือหลักฐานการจ่ายค่าจ้าง

ยอดเงินบาทที่ครอบครัวได้รับยังบอกไม่ได้ว่านายจ้างในไต้หวันจ่ายค่าจ้างครบหรือไม่ ต้องเทียบยอดค่าจ้างที่ควรได้เป็นดอลลาร์ไต้หวัน รายการหัก และเงินที่ได้รับจริงก่อน แล้วจึงแยกค่าธรรมเนียมกับอัตราแลกเปลี่ยนตอนส่งกลับไทยออกมา

สำหรับคนงานไทยในโรงงานที่ได้รับอนุญาตทำงานในกลุ่มแรงงานต่างชาติประเภทที่สอง นายจ้างต้องส่งมอบสลิปที่มีทั้งภาษาจีนและภาษาของประเทศแรงงานให้เก็บไว้ มาตรา 66 ของกฎการอนุญาตและบริหารการจ้างแรงงานต่างชาติ กำหนดรายละเอียดและให้นายจ้างเก็บสำเนาห้าปี ส่วนการจัดประเภทต้องดูใบอนุญาตกับนิยามมาตรา 2 สัญชาติไทยเพียงอย่างเดียวไม่ได้กำหนดว่าทุกคนอยู่ในกลุ่มเดียวกัน

สลิปเดือนเดียวควรเทียบกับอะไร

เริ่มจากรอบค่าจ้างที่มีปัญหา ระบุเดือนทำงาน วันจ่ายตามสัญญา และวันรับเงินจริง หากสลิปแสดงค่าล่วงเวลา ให้เทียบจำนวนชั่วโมงกับบันทึกเข้าออกและตารางกะด้วย ข้อความที่หัวหน้างานสั่งให้ทำต่อหรือเปลี่ยนวันหยุดควรเก็บทั้งบทสนทนา เพื่อให้เห็นคำสั่งและวันที่ ไม่เก็บเฉพาะภาพตัวเลขที่ตัดบริบทออก

สลิปอาจเขียนยอดรวมไว้ถูก แต่หักรายการที่ไม่มีคำอธิบาย หรือคำนวณค่าล่วงเวลาโดยใช้ชั่วโมงน้อยกว่าที่ทำจริง ปัญหาสองอย่างนี้ต้องพิสูจน์คนละส่วน กฎหมายมาตรฐานแรงงาน มาตรา 23 กำหนดให้นายจ้างแจ้งรายละเอียดวิธีคำนวณค่าจ้างแต่ละรายการแก่ลูกจ้าง จึงควรขอทั้งจำนวนชั่วโมง ฐานคำนวณ และเหตุผลของรายการที่สงสัย

เงินสดก็ต้องนับ หากนายจ้างโอนบางส่วนแล้วจ่ายสดอีกส่วน ให้บันทึกแยกโดยไม่รวมซ้ำ ถ้ายังไม่ได้รับเงิน อย่าเติมตัวเลขลงในช่อง “รับแล้ว” เพียงเพราะมีคนบอกว่าจะจ่ายภายหลัง เก็บสำเนาเอกสารทุกหน้าที่ลงชื่อ หากเซ็นไปแล้ว ให้จดเหตุการณ์ตามที่เกิดขึ้นจริงและรักษาหลักฐานเดิมไว้

รายการหักที่ต้องถามถึงฐานและจำนวน

หลักของมาตรา 22 คือจ่ายค่าจ้างเต็มจำนวนแก่ลูกจ้างโดยตรง โดยมีข้อยกเว้นตามกฎหมายหรือข้อตกลงของคู่สัญญา การมีคำว่า “หัก” ในสลิปจึงยังไม่พอจะสรุปว่าผิดกฎหมายทั้งหมด และการมีลายเซ็นก็ไม่ได้ทำให้ทุกเงื่อนไขพ้นจากข้อจำกัดของกฎหมาย

สลิปของแรงงานที่อยู่ในขอบเขตมาตรา 66 ต้องแสดงรายการอย่างเบี้ยประกันสุขภาพ เบี้ยประกันแรงงาน ภาษี ค่าอาหารและที่พัก ตลอดจนยอดตามคำสั่งอายัดหรือรายการอื่นที่กฎหมายอนุญาตให้หัก การระบุชื่อค่าใช้จ่ายไม่ใช่คำตอบว่าคิดได้เท่าไร ต้องตรวจว่าลูกจ้างมีหน้าที่รับผิดจริงหรือไม่และคำนวณตรงกับเอกสารหรือข้อตกลงใด

คำถามที่ใช้ถามฝ่ายบุคคลได้ตรงเรื่องคือ “ยอดนี้คิดจากอะไร และเอกสารฉบับไหนกำหนดให้ฉันจ่าย?” หากเป็นเงินที่บริษัทจัดหางานเรียกเก็บ ให้แยกชื่อผู้รับเงิน บริการที่อ้าง และใบเสร็จออกจากยอดค่าจ้าง หนี้ค่าเดินทางหรือค่าจัดหางานที่เกิดในไทยต้องตรวจคู่สัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย ไม่ควรรวมไว้ใต้คำว่า “ค่าใช้จ่ายมาไต้หวัน” แล้วหักยอดเดียวโดยไม่มีรายละเอียด

อีกกรณีคือหักเงินไว้ล่วงหน้าเผื่อของเสีย เครื่องมือชำรุด หรือผิดสัญญา มาตรา 26 ห้ามนายจ้างหักค่าจ้างไว้ล่วงหน้าเป็นเบี้ยปรับหรือค่าเสียหาย ประเด็นจึงอยู่ที่เงินนั้นเป็นค่าจ้างหรือไม่และนายจ้างกำลังหักไว้ด้วยเหตุใด เก็บหนังสือแจ้งหักเงิน ภาพสลิป และข้อความอธิบายเหตุการณ์ไว้ด้วย

เมื่อเลยวันจ่ายแล้ว

ตารางสั้น ๆ ช่วยให้หน่วยงานเห็นข้อพิพาทได้ชัดกว่าแจ้งเพียงว่า “ได้เงินไม่ครบ” ในแต่ละรอบให้ใส่ยอดที่เรียกร้อง ยอดรับแล้ว ส่วนต่าง และเอกสารอ้างอิง กรณียังไม่ทราบค่าล่วงเวลาที่ถูกต้อง ให้ทำเครื่องหมายว่าเป็นยอดรอตรวจ ไม่รวมเป็นตัวเลขแน่นอน

  • สัญญาจ้างและชื่อจีนของนายจ้าง ใช้ระบุผู้มีหน้าที่จ่าย
  • สลิป บันทึกเวลา และตารางกะ ใช้ตรวจที่มาของยอด
  • รายการเดินบัญชีและใบรับเงินสด ใช้ตรวจการชำระจริง
  • ข้อความทวงถามกับคำตอบ ใช้แสดงวันที่และเหตุผลที่ยังไม่จ่าย

เมื่อติดต่อหน่วยงานแรงงานของเมืองหรือเทศมณฑลที่ทำงาน ให้ระบุว่าต้องการให้ตรวจการจ่ายค่าจ้างและต้องใช้ภาษาไทย มาตรา 27 ให้อำนาจหน่วยงานกำหนดให้นายจ้างจ่ายภายในเวลาที่กำหนด การจะได้เงินจำนวนใดยังต้องตรวจข้อเท็จจริงและยอดหนี้ หากตกลงยอดไม่ได้ อาจต้องประเมินการไกล่เกลี่ยหรือคดีเรียกเงินต่อไป

การทวงเงินกับการออกจากงาน

นายจ้างไม่จ่ายค่าตอบแทนตามสัญญาเป็นเหตุหนึ่งที่มาตรา 14 วรรคหนึ่ง ข้อ 5 ให้ลูกจ้างเลิกสัญญาโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าได้ ต้องประเมินเหตุและข้อความแจ้งเลิกสัญญาให้ตรงกับข้อเท็จจริงก่อนเซ็นใบ “ลาออกโดยสมัครใจ” อ่านประเด็นนี้ต่อได้ในการลาออกกับสิทธิค่าชดเชยในไต้หวัน

สำหรับแรงงานภายใต้ระบบใบอนุญาตเปลี่ยนนายจ้าง กฎหมายบริการจัดหางาน มาตรา 59 กำหนดเหตุและการอนุมัติของหน่วยงานกลาง อย่าใช้หนังสือร้องเรียนค่าจ้างแทนใบอนุญาตทำงานกับนายจ้างใหม่ วันสิ้นสุดสัญญาและวันสิ้นสุดการพำนักควรถูกตรวจพร้อมกัน

หากต้องการประเมินข้อพิพาทตามกฎหมายไต้หวัน ใช้ช่องทางติดต่อสำนักงาน หรือ wei@hoveringlaw.com.tw โดยแจ้งชื่อนายจ้างเพื่อเช็กผลประโยชน์ทับซ้อน เดือนที่ค้าง ยอดโดยประมาณ และกำหนดเวลาที่ใกล้ถึง สอบถามการจัดการด้านภาษาก่อน เพราะภาษาปรึกษาที่ได้รับการยืนยันคือจีน อังกฤษ ญี่ปุ่น และเกาหลี ยังไม่ยืนยันบริการปรึกษาภาษาไทย การติดต่อครั้งแรกไม่ต้องแนบเลขบัญชี เอกสารประจำตัวหรือสัญญาทั้งฉบับ และไม่ทำให้เกิดการว่าจ้างโดยอัตโนมัติ

ข้อมูลนี้เป็นคำอธิบายทั่วไปสำหรับการตรวจค่าจ้างในไต้หวัน ก่อนหารือครั้งถัดไป เอกสารที่ควรหาให้พบคือสลิปเดือนที่มีส่วนต่างและหลักฐานว่าเงินของเดือนนั้นเข้ามาจริงเท่าไร

แหล่งกฎหมาย

ตรวจสอบเมื่อ 23 ตุลาคม ค.ศ. 2026

คำถามที่พบบ่อย

นายจ้างให้สลิปภาษาจีนอย่างเดียวได้หรือไม่?
สำหรับแรงงานต่างชาติประเภทที่สองตามกฎการจ้างแรงงานต่างชาติ มาตรา 66 กำหนดให้มีทั้งภาษาจีนและภาษาของประเทศแรงงาน พร้อมรายละเอียดค่าจ้างและรายการหัก คนงานไทยที่อยู่ในประเภทนี้จึงต้องได้รับสลิปภาษาจีน–ไทย ไม่ใช่ใช้กฎนี้กับชาวต่างชาติทุกประเภทโดยอัตโนมัติ
เซ็นรับสลิปแล้ว แต่เงินเข้าไม่ครบ ควรเก็บอะไร?
เก็บสลิปฉบับที่เซ็น ข้อความรอบการเซ็น รายการเดินบัญชีและหลักฐานเงินสด แล้วระบุว่าขาดเท่าไรและวันใด การประเมินต้องอ่านว่าลายเซ็นรับรองเพียงการรับเอกสารหรือรับรองการรับเงินจริงด้วย
นายจ้างค้างเงินเดือนแล้วไปเริ่มงานกับนายจ้างใหม่ได้เลยหรือไม่?
ต้องจัดการสิทธิเลิกสัญญาและการอนุญาตเปลี่ยนนายจ้างแยกกัน มาตรา 59 แห่งกฎหมายบริการจัดหางานกำหนดเงื่อนไขและการอนุมัติสำหรับแรงงานที่อยู่ในขอบเขต การร้องเรียนค่าจ้างไม่ใช่ใบอนุญาตเริ่มงานใหม่

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะ