จักรเย็บผ้าและผ้าที่พับไว้บนโต๊ะในห้องทำงานว่าง
← บทความข้อมูลกฎหมายไต้หวัน

โรงงานไต้หวันปิดแต่ยังค้างค่าจ้าง: คนงานไทยขอกองทุนสำรองจ่ายได้เมื่อไร

อ่านประมาณ 7 นาที

ภาพประกอบสถานการณ์สมมติ ไม่ใช่ภาพสถานประกอบการที่มีข้อพิพาทจริง

ประตูโรงงานปิดไม่ได้บอกว่าเป็นการหยุดผลิตชั่วคราวหรือเลิกกิจการ ความต่างนี้มีผลต่อการขอเงินจากกองทุนสำรองจ่ายค่าจ้างของไต้หวัน หากโรงงานยังมีโอกาสกลับมาเปิด สำนักงานประกันแรงงาน หรือ BLI ระบุว่ายังไม่เข้าเหตุขอสำรองจ่าย แม้เงินเดือนจะเลยกำหนดแล้วก็ตาม

คนงานไทยที่เตรียมกลับบ้านจึงต้องหาคำตอบสองเรื่องพร้อมกัน ได้แก่ บริษัทค้างเงินประเภทใดและสถานะกิจการเป็นอย่างไร กฎหมายมาตรฐานแรงงาน มาตรา 28 ใช้กับเหตุปิดกิจการ ชำระบัญชี หรือศาลสั่งล้มละลาย ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด กองทุนชื่อ 積欠工資墊償基金 จะสำรองจ่ายหนี้บางส่วนหลังลูกจ้างทวงถามแล้วไม่ได้รับชำระ

คนงานต่างชาติต้องตรวจเงื่อนไขใด

แนวทาง BLI ให้แรงงานต่างชาติที่เข้าเกณฑ์ยื่นคำขอด้วยวิธี เงื่อนไข และขอบเขตเดียวกับแรงงานไต้หวัน สัญชาติไทยไม่ใช่เหตุปฏิเสธโดยตัวมันเอง บทความนี้มุ่งที่ลูกจ้างโรงงานภายใต้กฎหมายมาตรฐานแรงงาน ผู้ทำงานประเภทอื่น เช่น ผู้รับจ้างอิสระ ต้องตรวจสถานะก่อนนำกฎนี้ไปใช้

เงินสมทบก็เป็นเงื่อนไข ข้อบังคับกองทุน มาตรา 7 จำกัดการสำรองจ่ายไว้กับลูกจ้างของนายจ้างที่ส่งเงินเข้ากองทุนแล้ว หากเคยค้างส่งแต่ส่งชดเชยภายหลัง ลูกจ้างก็ยื่นคำขอได้ การมีหลักฐานประกันแรงงานจึงยังไม่ตอบทุกเรื่อง ควรให้ BLI ตรวจประวัติการส่งเงินของสถานประกอบการ

ชื่อโรงงานที่เรียกกันกับชื่อบริษัทในสัญญาอาจไม่เหมือนกัน เก็บชื่อจีน เลขทะเบียนบริษัทที่มีในเอกสาร และสถานที่ทำงานจริงไว้คู่กัน ถ้ามีบริษัทจัดหางานเป็นผู้ติดต่อ ให้แยกข้อมูลบริษัทนั้นออกจากนายจ้าง เพื่อไม่ให้หนังสือทวงถามส่งผิดคน

ยอดค้างทั้งหมดกับยอดที่กองทุนจ่าย

ค่าจ้างค้าง ค่าชดเชยเลิกจ้าง และเงินเกษียณตามกฎหมายมีฐานคำนวณต่างกัน มาตรา 28 กำหนดขอบเขตสำรองจ่ายดังนี้

ประเภทหนี้ขอบเขตสำรองจ่าย
ค่าจ้างตามสัญญาจ้างตัวบทใช้คำว่าส่วนค่าจ้างค้างที่ไม่ถึงหกเดือน โดย BLI อธิบายเป็นค่าจ้างที่ค้างในช่วงหกเดือนก่อนปิดกิจการ ชำระบัญชี หรือศาลสั่งล้มละลาย
เงินเกษียณที่นายจ้างค้างตามกฎหมายมาตรฐานแรงงาน และค่าชดเชยเลิกจ้างที่ค้างตามกฎหมายมาตรฐานแรงงานหรือกฎหมายบำนาญแรงงานรวมกันไม่เกินค่าจ้างเฉลี่ยหกเดือน ต้องมีสิทธิในหนี้แต่ละประเภทอยู่ก่อน

อย่าใช้เงินเดือนพื้นฐานในสลิปแทนค่าจ้างเฉลี่ยโดยทันที หรือรวมเงินทุกอย่างที่อยากเรียกไว้เป็น “เงินเดือนหกเดือน” ส่วนที่อยู่นอกขอบเขตกองทุนต้องประเมินการเรียกจากนายจ้างต่อไป การคำนวณสิทธิเมื่อเลิกจ้างดูประกอบได้จากค่าชดเชยเลิกจ้างในไต้หวัน

มาตราเดียวกันยังให้ลำดับรับชำระหนี้บางประเภทจากทรัพย์สินนายจ้าง สิทธินี้ไม่ใช่การรับประกันว่าจะได้เงินครบ และไม่ควรนำเพดานสำรองจ่ายของกองทุนไปใช้ลดหนี้ที่นายจ้างต้องรับผิดทั้งหมด การประเมินต้องแยกยอดหนี้จริง ยอดที่ขอกองทุน และยอดที่ยังต้องติดตาม

ภาพโรงงานปิดเป็นจุดเริ่มต้นของหลักฐาน

รูปประตูล็อก ข้อความยกเลิกกะ และประกาศย้ายเครื่องจักรช่วยบันทึกเหตุการณ์ แต่การยื่นขอสำรองจ่ายต้องมีเอกสารตามระบบ มาตรา 8 ของข้อบังคับกองทุน กำหนดหลักฐานจากหน่วยงานท้องถิ่น เช่น การเพิกถอนหรือยกเลิกทะเบียนที่เกี่ยวข้อง หรือการรับรองข้อเท็จจริงว่าหยุดผลิตหรือประกอบกิจการจนเข้าเกณฑ์ปิดกิจการ

หากบริษัทยังไม่ยื่นเลิกทะเบียน ไม่ควรรอแต่เอกสารจากเจ้าของ ให้แจ้งหน่วยงานแรงงานท้องถิ่นถึงวันหยุดงานและการค้างเงินเพื่อประเมินกระบวนการรับรองข้อเท็จจริง ส่วนกรณีชำระบัญชีหรือศาลสั่งล้มละลาย มาตรา 9 ยังกำหนดให้มีหลักฐานยื่นขอรับชำระหนี้ต่อผู้ชำระบัญชีหรือผู้จัดการทรัพย์สินในคดีล้มละลายด้วย

เก็บประกาศไว้ทั้งหน้า วันที่ได้รับและชื่อผู้ออกประกาศอาจใช้ระบุขั้นตอนกับเวลาที่ต้องดำเนินการ การบอกเพียงว่า “บริษัทล้มแล้ว” ยังไม่พอสำหรับการเลือกเอกสารยื่นคำขอ

ถ้านายจ้างไม่ยอมรับรองยอดค้าง

เจ้าของหายไปแล้วต้องหยุดเรื่องไว้หรือไม่? คู่มือ BLI เปิดทางให้ใช้เอกสารพิสูจน์หนี้อื่นเมื่อผู้มีหน้าที่ไม่มารับรอง เช่น คำสั่งให้ชำระเงินหรือคำพิพากษาทางแพ่ง พร้อมหนังสือรับรองว่าถึงที่สุดและสำเนาคำขอหรือคำฟ้อง หรือเอกสารไกล่เกลี่ยที่ประกอบด้วยคำสั่งศาลอนุญาตให้บังคับคดีและเอกสารที่กำหนด

สลิป บันทึกเวลา และรายการรับเงินยังจำเป็นสำหรับพิสูจน์ยอด แต่ต้องเลือกขั้นตอนทำให้ได้หลักฐานหนี้ที่ใช้ยื่นกองทุนได้ด้วย ก่อนลงชื่อในตารางของกลุ่มคนงาน ให้ตรวจยอดของตนเอง เดือนที่ค้าง วันเริ่มงานและวันสิ้นสุดงาน ไม่ควรยืมตัวเลขของเพื่อนที่อยู่กะเดียวกันมาใช้แทน

หากได้รับเงินบางส่วนระหว่างดำเนินเรื่อง ให้เก็บใบรับเงินและปรับยอดคงค้างในเอกสารอย่างตรงไปตรงมา การซ่อนการรับเงินหรือทำเอกสารไม่ตรงความจริงอาจทำให้ไม่ได้รับสำรองจ่ายตามมาตรา 11

ก่อนคืนหอพักและเดินทางกลับไทย

การกลับไทยทำให้การติดต่อฝ่ายบุคคลและรับเอกสารในไต้หวันยุ่งยากขึ้น จัดสำเนาสัญญา สลิป หลักฐานทวงถาม ประกาศปิดกิจการ และข้อมูลเรื่องที่ยื่นไว้ก่อนคืนหอพัก สำรองไฟล์นอกโทรศัพท์เครื่องเดียว และบอกช่องทางติดต่อที่ยังใช้ได้หลังเปลี่ยนซิม

ลูกจ้างของนายจ้างเดียวกันโดยหลักต้องยื่นร่วมกันในคราวเดียว โดยมีข้อยกเว้นกรณีพิเศษตามมาตรา 10 จึงควรยืนยันกับผู้แทนว่ารายชื่อและยอดของตนอยู่ในคำขอแล้ว ส่วนมาตรา 15 รองรับการโอนเงินสำรองจ่ายเข้าบัญชีสถาบันการเงินต่างประเทศที่กำหนดไว้ด้วย ก่อนปิดบัญชีไต้หวัน ควรสอบถาม BLI ถึงข้อมูลบัญชีและวิธีรับเงินที่ใช้ได้กับคำขอของตน

สำหรับการประเมินกฎหมายไต้หวัน ส่งเรื่องย่อ ชื่อนายจ้างเพื่อเช็กผลประโยชน์ทับซ้อน วันหยุดงาน ยอดค้าง และวันเดินทางผ่านหน้าติดต่อ หรือ wei@hoveringlaw.com.tw ได้ ภาษาปรึกษาที่ได้รับการยืนยันคือจีน อังกฤษ ญี่ปุ่น และเกาหลี จึงควรตกลงการสื่อสารก่อนส่งข้อมูลละเอียด ยังไม่ยืนยันการปรึกษาภาษาไทย และอีเมลแรกไม่ต้องมีหนังสือเดินทางหรือข้อมูลบัญชีเต็มฉบับ การรับเรื่องไปพิจารณาไม่ใช่การตกลงรับว่าความ

เนื้อหานี้ให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับกองทุนไต้หวัน สำหรับผู้ที่ใกล้กลับไทย เรื่องที่ควรทราบให้ชัดก่อนออกจากหอพักคือใครรับเอกสารต่อ ชื่อของตนอยู่ในคำขอใด และหลักฐานยอดค้างเก็บอยู่ที่ไหน

แหล่งกฎหมายและขั้นตอน

ตรวจสอบเมื่อ 23 ตุลาคม ค.ศ. 2026

คำถามที่พบบ่อย

โรงงานหยุดผลิต แต่ยังบอกว่าจะเปิดใหม่ ขอเงินจากกองทุนได้หรือไม่?
แนวทางสำนักงานประกันแรงงานระบุว่าการหยุดงานซึ่งยังมีโอกาสกลับมาดำเนินการยังไม่ใช่เหตุขอสำรองจ่าย ต้องเข้าเหตุปิดกิจการ ชำระบัญชี หรือถูกศาลสั่งล้มละลายตามกฎหมาย การเรียกค่าจ้างจากนายจ้างยังเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
คนไทยมีสิทธิขอเงินสำรองจ่ายจากกองทุนนี้หรือไม่?
สำนักงานประกันแรงงานระบุว่าแรงงานต่างชาติที่เข้าเงื่อนไขใช้วิธียื่นคำขอ เงื่อนไข และขอบเขตเดียวกับแรงงานไต้หวัน ต้องตรวจสถานะลูกจ้าง การอยู่ในขอบเขตกฎหมาย และการส่งเงินเข้ากองทุนของนายจ้างด้วย
เจ้าของหนีและไม่ยอมเซ็นรับรองหนี้ ทำอย่างไร?
ยังมีทางใช้เอกสารพิสูจน์หนี้อื่น เช่น คำสั่งให้ชำระเงินหรือคำพิพากษาทางแพ่งพร้อมหนังสือรับรองว่าถึงที่สุดและเอกสารคำขอหรือคำฟ้องตามที่สำนักงานประกันแรงงานกำหนด สลิปเงินเดือนอย่างเดียวอาจยังไม่ครบชุดเอกสารยื่นคำขอ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะ